พวงกุญแจหมา ปอมเมริเนียน (Pomeranian Keychain)

20141001_114007พวงกุญแจหมา ปอมเมริเนียน (Pomeranian Keychain) เป็นพวงกุญแจไม้แกะสลักเป็นรูปน้องหมาปอม ปอม สุดแสนจะน่ารัก มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร

วัสดุ : ไม้จริง
ขนาด : ประมาณ 50 mm. หนา 5 mm.

 

 

 

 

ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) : ตัวเล็ก เห่าเก่ง และสวยงาม
ลักษณะทั่วไป
สุนัขปอมเมอเรเนียนหรือเรียกสั้นๆ ว่า “น้องปอม” อยู่ในกลุ่ม Toy Group มีขนาดกะทัดรัด หลังสั้น ขนชั้นล่างอ่อนนุ่ม แน่นทึบ ขนชั้นนอก ยาว ฟูมีมาก ค่อนข้างหยาบ ตำแหน่งโคนหางสูง ขนหางแน่น เป็นพวง หางวางราบบนหลังปอมส่วนใหญ่ ท่าทางตื่นตัว ร่าเริง อยากรู้อยากเห็นแสดงความฉลาดให้เห็นได้เสมอ มีย่างก้าวที่คล่องแคล่ว สง่างาม และมั่นคง

ความเป็นมา
ปอมเมอเรเนียนสืบเชื้อสายมาจากสุนัขลากเลื่อนแถบไอซ์แลนด์และตอนเหนือของทวีปยุโรป  อาจจะสงสัยว่าเป็นสุนัขลากเลื่อนแต่ทำไมตัวนิดเดียวอาจเป็นเพราะว่าได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้กลายเป็นสุนัขขนาดเล็กเพื่อเลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อนมากกว่าจะเอาไว้ใช้งาน  เพราะจริงๆแล้วปอมเมอเรเนียนตัวใหญ่ๆ สามารถใช้เป็นสุนัขเฝ้าฝูงแกะยังได้  แถมยังมีหลักฐานว่าตอนแรกๆ ที่มาถึงอังกฤษ (ราวกลางศตวรรษที่19)พ่อพันธุ์แม่พันธุ์บางตัวหนักถึง 30 ปอนด์ แลดูคล้าย German wolf spitz ทั้งขนาด ลักษณะขน รวมทั้งสีขนด้วย
เชื่อกันว่า ปอมเมอเรเนียนได้รับการพัฒนาให้เป็นน้องปอมในปัจจุบันครั้งแรกที่เมืองปอมเมอเรเนีย ประเทศเยอรมันตั้งอยู่ในยุโรปเหนือแถบทะเลบอลติกดินแดนกว้างใหญ่จากตะวันตกของเกาะรูเกนถึงแม่น้ำวิทูลาที่แห่งนี้มีการเลี้ยงสุนัขอย่างแพร่หลายทั้งเพื่อให้เป็นสัตว์เลี้ยงและเป็นสุนัขอารักขา
บางคนเชื่อว่าสุนัขปอมฯมีต้นกำเนิดมาจากประเทศกรีซโดยอ้างหลักฐานจากภาพวาดสมัยโบราณหลายภาพที่มีอายุ 400 ปีก่อนคริสตกาลหรือเกือบประมาณ 2500 ปีมาแล้วมีภาพของสุนัขขนาดเล็กที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนสุนัขปอมฯ จุดที่เด่นชัด คือช่วงปากแหลม หูสั้นลักษณะการเดินและการแสดงออกเหมือนกับที่พบได้ในปัจจุบันทุกประการยกเว้นแต่ตำแหน่งของหางที่อยู่ต่ำเกินไปเท่านั้น
เดิมคนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักปอมเมอเรเนียนกันนัก จนกระทั่งปีค.ศ.1870Kennel Club แห่งอังกฤษได้เปิดตัวแนะนำสุนัขพันธุ์นี้และยิ่งดังใหญ่เมื่อปีค.ศ. 1888 พระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษเกิดไปตกหลุมรักมันเข้าที่ยุโรปถึงกับพากลับมาที่อังกฤษด้วย ในสมัยนั้นสาวๆมักเลียนแบบแฟชั่นและกิจกรรมจากราชสำนักการเลี้ยงปอมเมอเรเนียนจึงแพร่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง  มีเรื่องเล่ากันพระราชินีวิคตอเรียทรงโปรดสุนัขพันธุ์นี้มากแม้กระทั่งวันที่สิ้นพระชนม์ยังทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้เอาเจ้า Turi สุนัขปอมเมอเรเนียนตัวโปรดมาไว้ข้างพระแท่นบรรทม และเจ้า Turi นี้ก็ได้นอนเฝ้าอยู่จนพระราชินีวิคตอเรียสิ้นพระชนม์นอกจากนี้พระองค์ยังได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นผู้ที่ทำให้สาธารณชนรู้จักและนิยมเลี้ยงปอมเมอเรเนียนตัวเล็ก

สำหรับในอเมริกาสุนัขพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ถูกนำมาโชว์ครั้งแรกในปีค.ศ.1892 แต่ยังไม่ได้รับการกำหนดชัดเจนว่าจะให้อยู่ในกลุ่มสุนัขชนิดไหน จนกระทั้งปีค.ศ.1900 จึงได้มีการกำหนดกันที่นิวยอร์ค และในปีค.ศ.1911 ก็มีงานโชว์สุนัขพันธุ์นี้เป็นครั้งแรกโดย American Pomeranian Club ในช่วงแรก ๆ ปอมเมอเรเนียนที่ชนะการประกวด ส่วนใหญ่จะกระดูกหนา หูใหญ่และน้ำหนักต่ำกว่า 6 ปอนด์โดยประมาณขนให้สัมผัสที่ดีแต่ไม่ฟูมากเท่าปัจจุบัน  ปอมเมอเรเนียนที่ได้มาตรฐานตามกำหนดในปัจจุบันจะต้องมีขนาดเล็ก (น้ำหนักประมาณ   3-7 ปอนด์)ผู้ที่พัฒนาสายพันธุ์จนมีขนาดเล็กลงได้อย่างนี้คือนักผสมพันธุ์สุนัขชาวอเมริกาจึงไม่น่าแปลกใจที่ปอมเมอเรเนียนสายพันธุ์จากอเมริกาได้รับการยอมรับให้เป็น The best เกียรติประวัติครั้งสำคัญคือเมื่อ Ch. Pall Mall His Majesty นำปอมเมอเรเนียนสายพันธุ์จากอเมริกาเข้าประกวดที่ยุโรป ก็ได้รับรางวัล Best in Show มาหลายต่อหลายครั้งนอกจากนี้ยังคว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุดจากการประกวดกับสุนัขทุกสายพันธุ์รวมกันทั้งหมดอีกด้วย ด้วยความที่ตัวเล็ก เชื่อง หากแต่ร่าเริงและแข็งแรงทำให้ปอมเมอเรเนียนเป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงกันไว้เป็นเพื่อนคู่ใจไปทั่วโลก

20141001_114138

ลักษณะนิสัย
น้องปอมส่วนใหญ่มีการแสดงออกถึงความเฉลียวฉลาดร่าเริงและตื่นตัวอยู่เสมอ ซื่อสัตย์ รักเจ้าของ ขี้ประจบแต่เป็นสุนัขค่อนข้างตกใจง่าย เห่ามาก ยิ่งตัวเล็กยิ่งเห่าเก่ง
ปอมเมอเรเนียนเป็นสุนัขที่คล่องแคล่วและเฉลียวฉลาดมาก กล้าหาญและซื่อสัตย์ต่อเพื่อนของเค้า น้องปอมอาจจะมีการตอบสนองที่ไม่ค่อยดีกับเด็ก ๆ และเนื่องจากที่เค้ามีขนาดเล็กจึงอาจถูกเด็ก ๆ ข่มเหงได้
น้องปอมสามารถถูกฝึกให้เป็นสุนัขเฝ้าเวรยามโดยการเตือนให้รู้ถึง ผู้บุกรุกด้วยเสียงเห่าที่ดังและแหลม โชคไม่ดีที่สุนัขเหล่านี้ขาดการฝึกจึงกลายเป็นที่เลื่องลือเรื่องการเห่า อย่างไม่มีเหตุผลและต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลนี้สุนัขเหล่านี้จึงสามารถเป็นเพื่อนที่สร้างความเครียดให้แก่ผู้ ที่ไม่ชินกันธรรมชาติของเสียงของเค้า
น้องปอมสามารถปรับตัวอย่างง่ายดายให้เข้ากับชีวิตในเมืองและเป็น สุนัขที่ดีเยี่ยมสำหรับชนบทด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ดีที่ได้รับมาจาก บรรพบุรุษนั่นเอง

การดูแล
การที่จะรักษาขนของสุนัขปอมเมอเรเนียน ให้สวยงามนั้นทำได้ง่ายมากเจ้าของสุนัขใหม่ๆส่วนใหญ่จะเชื่อว่า จะต้องอาบน้ำให้สุนัขทุกสัปดาห์และต้องคอยแปรงขนตลอด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดและจะทำให้ขนของเค้าเสียอีกด้วย
การอาบน้ำบ่อยเกินไป จะทำให้ขนของปอมเมอเรเนียนแห้ง บางและทำให้ขนร่วงตลอดเวลา การใช้โลชัน และน้ำยาทำความสะอาดชนิดต่างๆติดต่อกันก็จะทำให้ผิวหนังอักเสบได้ ส่วนใหญ่แม้ว่าขนชั้นนอกจะสกปรกแล้วแต่ขนชั้นในก็จะยังคงสะอาดอยู่ ด้งนั้นการแปรงขน เพียงสัปดาห์ละครั้งและใช้ฟองน้ำชุบน้ำสบู่อุ่นๆ ลูบขน จากนั้นจึงเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดอุ่นๆซึ่งบิดพอหมาดๆ ก็นับว่า เพียงพอที่จะทำให้ขนของปอมเมอเรเนียนอยู่ในสภาพดีแล้ว
แชมพูที่ใช้อาบน้ำให้สุนัขควรเป็นแชมพูที่ผลิตโดยเฉพาะเพราะจะไม่ส่งผลกระทบต่อการระคายเคืองของผิวหนังและสภาพขนในขณะอาบน้ำอาจจะใช้สำลีอุดรูหูทั้งสองข้างก่อนอาบหรือใช้มือกดใบหูทั้งสองข้างให้หลุบลงเวลาอาบน้ำควรราดน้ำให้เปียกทั่วตัวก่อนแล้วจึงเทแชมพูลงไปแล้วเกาให้ทั่วลำตัว หลังจากนั้นก็ใช้น้ำล้างสบู่ออกให้สะอาดหมดจดเมื่ออาบเสร็จก็ต้องเช็ดตัวให้แห้งพร้อมกับแปรงขนทุกครั้งการเช็ดตัวให้แห้งเป็นการป้องกันความอับชื้นซึ่งเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรคและช่วยป้องกันโรคปอดบวมได้
ส่วนในด้านของการออกกำลังกายนั้นควรเริ่มพาปอมฯออกกำลังกายตั้งแต่ยังเล็กเพราะจะสามารถควบคุมเวลาในการออกกำลังกายได้ ควรให้เดินเล่นวันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 นาทีถ้าปล่อยให้วิ่งเล่นกลางแจ้งนานเกินไป (โดยเฉพาะเวลาที่แดดจัด) อาจทำให้สุนัขเกิดอาการช็อก อาการนี้อาจส่งผลให้สุนัขเสียชีวิตได้
การพาน้องปอมไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ปอมท้องไม่ผูกและสามารถป้องกันโรคได้อีกหลายๆชนิดการที่สุนัขได้วิ่งด้วยความเร็วและสนุกสนาน มีผลดีต่อหัวใจ หลอดเลือดกล้ามเนื้อ ต่อมขับต่างๆ ได้อุ่นเครื่องจนร้อนเมื่อกลับจากการออกกำลังกายก็สามารถกินอาหารได้มากขึ้นยิ่งถ้าได้อาหารที่ถูกต้องยิ่งทำให้สุนัขมีสัดส่วนที่ดี ร่างกายที่แข็งแรงรวมถึงมันจะมี step การเคลื่อนไหวที่ดี และสวยงามอย่างไรก็ดีไม่ควรให้สุนัขออกกำลังกายหลังจากที่กินอาหารอิ่มเต็มที่

20141001_114233

มาตรฐานสายพันธุ์
ขนาด : น้ำหนักของปอมฯโดยเฉลี่ยแล้วจะหนักประมาณ 3-7 ปอนด์ (ประมาณ 1.25-3 กก.)แต่ขนาดที่ดีสำหรับการประกวดนั้นควรหนักประมาณ 4-6 ปอนด์ (1.7-2.5 กก.)ถ้าสุนัขหนักมากกว่าหรือน้อยกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ถือว่าผิดมาตรฐานรูปร่างของสุนัขมีความสำคัญกว่าขนาดของสุนัขช่วงตั้งแต่หน้าอกจนถึงสะโพกจะสั้นกว่าหรือเท่ากับส่วนสูงตั้งแต่ช่วงไหล่จนถึงพื้น กระดูกมีขนาดปานกลาง
ศีรษะ : ขนาดของหัวต้องได้สัดส่วนกับลำตัวช่วงปาก (MUZZLE) สั้นตรง หน้าดูคล้ายกับสุนัขจิ้งจอก (FOXY EXPRESSION) หัวกะโหลกปิด ช่วงบนของหัวกะโหลกจะกลมเล็กน้อยแต่ไม่โหนกนูนถ้ามองจากด้านหน้าและด้านข้างแล้วจะต้องเห็นหูที่มีขนาดเล็กอยู่ในตำแหน่งที่สูง (HIGH EARSET) และตั้งตรง รูปร่างปากจะมีลักษณะคล้ายรูปลิ่ม(WEDGE SHAPE) เส้นที่ลากจากจมูกไปถึงจุดหัก (STOP) จะต้องอยู่ตรงกลางระหว่างตาทั้งสองข้างและหูทั้งสองข้าง ตามีสีดำสนิท สดใสขนาดปานกลาง คล้ายเมล็ดอัลมอนด์ (ALMOND SHAPE) สีของจมูกและขอบตาต้องดำสนิท ยกเว้นปอมฯ สีน้ำตาล BEAVER และ BLUE ฟันต้องกัดสบกันพอดี
ฟัน : ฟันบนครอบฟันล่างสนิทพอดี โดยที่ฟันบนไม่ยื่นเหยินออกไป ถ้ามีฟันเกสักหนึ่งซี่ก็ไม่เป็นไร
ปาก : ริมฝีปากดำ กระชับ กระบอกปากเล็ก
ตา : ตาสีดำเป็นประกายสดใส ดวงตาไม่กลม
หู : หูเล็ก มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม
จมูก : จมูกสีดำ
คอ : คอค่อนข้างสั้น ตั้งอยู่บนไหล่ทำให้ช่วงคอตั้งสูง แลดูสง่างาม ช่วงหลังสั้น มีระดับของเส้นหลังหางมีตำแหน่งที่สูง (HIGH TAILSET) วางราบตรงอยู่บนหลัง
อก : อกกลม ลึกกำลังดี
ลำตัว : ลำตัวด้านหน้าไหล่จะต้องมีการเอียงลาดลงเพียงพอเพื่อให้สามารถชูคอและหัวได้สูงและสง่างามความยาวของช่วงไหล่และขาตอนบนต้องเท่ากัน ขาหน้าต้องตรงและขนานกันความยาวตั้งแต่ไหล่จนถึงข้อศอกต้องมีความยาวเท่ากับข้อศอกถึงพื้นขาต้องตรงและแข็งแรง ไม่เอียงเข้าหรือเอียงออก ลำตัวด้านหลัง ได้สัดส่วนกับลำตัวส่วนหน้าตำแหน่งของหางจะต้องอยู่เหนือสะโพกค่อนมาทางด้านหน้าต้นขาต้องมีกล้ามเนื้อแข็งแรงปานกลาง และมีส่วนหน้าของขาหลัง (STIFLES) มีมุม (ANGULATION) ที่โค้งงอพอสมควรรับกับส่วนน่อง (HOCK) ต้องตั้งฉากกับพื้นถ้ามองจากด้านหลังขาทั้ง 2 ข้างต้องตรงและขนานกัน เท้ามีลักษณะโค้งมนกระชับไม่เอียง สุนัขต้องยืนอยู่ปลายเท้า (TOES) นิ้วติ่ง (DEWCLAWS) ถ้ามีควรตัดออก

20141001_114055
ขาหน้า : ไหล่เอนไปด้านหลังเล็กน้อย ขายาวกำลังพอดี แข็งแรงมีสมดุล
ขาหลัง : ต้นขาแข็งแรง ท่อนขาตรงไปยังข้อเท้า เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว
หาง : ตั้งสูงม้วนไปยังกางหลัง ดูร่าเริง
ขน : สุนัขปอมฯ มีขน 2 ชั้น คือ ขนชั้นใน (UNDERCOAT) ต้องนุ่มและแน่น ขนชั้นนอก(OUTTERCOAT) ต้องยาวตรงเป็นประกายและหยาบขนชั้นในที่หนาแน่นจะช่วยพยุงขนชั้นนอกให้ฟูไม่ลู่ เหยียดตรงขนจะต้องหนาแน่นตั้งแต่ช่วงคอ หน้าอก ช่วงไหล่ด้านหน้าขนช่วงหัวและขาจะแน่นแต่สั้นกว่าขนช่วงลำตัว ขนหางยาว หยาบและเหยียดตรงการตัดแต่งเล็มขนให้ดูสวยงามและดูเรียบร้อยไม่ถือเป็นข้อผิด
สีขน : ตามมาตรฐานของ AKC นั้นมีสิบสามสีหรือสีที่ผสมกันได้แก่ black, black & tan, blue, blue & tan, chocolate, chocolate & tan, cream, cream sable, orange, orange sable, red, red sable และ sable สุนัขที่มีตั้งแต่สองสีขึ้นไป( โดยทั่วไปจะมีสีขาวและสีอื่น) จะเรียกว่า “Parti-Color” และ AKC ก็ยังนับอีกห้าสีอย่างไม่เป็นทางการโดยมีสี Beaver, brindle, chocolate sable, white และ wolf sable

ข้อบกพร่องของน้องปอม
1. กะโหลกกลม โหนกนูน ฟันล่างยื่น (UNDERSHOT MOUTH) หรือฟันบนยื่นจนเกินไป (OVERSHOT MOUTH)
2. ข้อเท้าราบกับพื้นมากเกินไป
3. ขาหลังที่หัวเข่าชิดกัน ปลายเท้าชี้ออก (COWHOCKS) หรือขาหลังที่บกพร่อง
4. ขนที่นิ่ม เหยียดตรงและแยกออกจนเห็นผิวหนังข้างใน (OPEN COAT)

20141001_114315สนใจพวงกุญแจหมาปอม ปอม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

www.108keychain.com
www.facebook.com/108keychain

หรือติดต่อสายตรงที่ 0815645851

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>